ผู้ปฏิบัติงาน

         สาขาวิชามีบุคลากรทั้งหมด  25 คน แบ่งเป็น สายวิชาการ ได้แก่  อาจารย์ (ข้าราชการ)   และ สายสนับสนุนวิชาการ  ได้แก่  ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ 

         ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายสนับสนุนมีภารกิจที่หลากหลายในการตอบสนองภาระงานขององค์กรได้อย่างครบถ้วน โดยด้านธุรการมีหน้าที่ผลิตเอกสารต่าง ๆ ทั้งเอกสารประกอบการสอนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการบรรยายหรือการวิจัย รวมทั้งเอกสารแบบทดสอบหรือแบบประเมินต่าง ๆ  เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการมีหน้าที่บริหารจัดการ เตรียมและจัดหาสารเคมีและอุปกรณ์เครื่องแก้ว เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนภาคฝึกปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีบุคลากรที่อยู่นอกสาขาวิชาเภสัชเวทและพิษวิทยาที่ให้บริการเกี่ยวกับการจัดสถานที่ที่เป็นสนามสอบ บุคลากรฝ่ายสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นต้น

ตารางแสดง ลักษณะโดยรวมของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน 

สายงาน

อายุตัวเฉลี่ย

อายุราชการเฉลี่ย

สายวิชาการ

44

24.32

สายสนับสนุน

42

19.63

วุฒิการศึกษา

<ป.ตรี

ป.ตรี

ป.โท

ป.เอก

กำลังศึกษา ป.เอก

รวม  (คน)

สายวิชาการ

-

-

3

13

1

17

สายสนับสนุน

3

1

2

-

-

6

รวม

3

1

5

13

1

23

ตำแหน่งทางวิชาการ

อ.

ผศ.

รศ.

ศ.

 

รวม  (คน)

สายวิชาการ

3

9

5

-

 

17

 

        ปัจจัยที่จูงใจของผู้ปฏิบัติงานไม่ว่าเป็นสายอาจารย์หรือสายสนับสนุน ได้แก่ความรับผิดชอบเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนการวิจัย บริการวิชาการและทนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เป็นไปตามมาตรฐาน มีคุณภาพ  ทุนสนับสนุนการทำวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นหรือหน่วยงานภายนอกเช่น สกว. วช. รางวัลตอบแทนเมื่อผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ ระดับนานาชาติ รางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น รางวัลบุคลากรต้นแบบ รางวัลนักวิจัยดีเด่น ทุนอุดหนุนคณาจารย์เพื่อให้ไปเผยแพร่ผลงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศ เกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบที่ประกอบไปด้วยเกณฑ์ประเมินด้าน ปริมาณงาน คุณภาพของงานและสมรรถนะของผู้ปฏิบัติงาน  หลักสูตรการเข้าฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารและคณาจารย์  การได้สิทธิในการลาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการและเขียนตำราทุก 7 ปี  การเปิดโอกาสให้สาขาวิชาเสนอโครงการของบประมาณเพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบกายภาพ การเรียนการสอน การวิจัยและบริการวิชาการ

        สายวิชาการ   มีภาระกิจหลักคือการจัดให้มีการเรียนการสอน และการวิจัยที่มีคุณภาพและปริมาณที่ได้มาตรฐาน  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หลักคือผลิตเภสัชกรที่มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาเภสัชเวทและพิษวิทยา ผู้ปฏิบัติงานสายวิชาการ  ตำแหน่งอาจารย์   แบ่งเป็น ระดับปริญญาโท 3 คน ระดับปริญญาเอก 13คน  กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก 1 คน รวมเป็น 17 คน โดยมีตำแหน่งทางวิชาการ ระดับอาจารย์ 3 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 9 คน รองศาสตราจารย์ 5 คน  รวมทั้งหมด 17 คน อาจารย์ผู้หญิง 8 คน ชาย 10 คน ผู้ชำนาญด้านพิษวิทยา 7 คน ด้านเภสัชเวท 11 คนอายุเฉลี่ย 44 ปีมีคณาจารย์ที่เป็นฝ่ายบริหารคือคณบดี 1 รองคณบดี 1 คนผู้ช่วยคณบดี 2 คน ผู้อำนวยการสำนัก 1 คน ประธานสาขาวิชา 1 คน รองประธานสาขาวิชา 1 คน กรรมการคณะ 1 คน

        สายสนับสนุน  มีภารกิจหลักคือสนับสนุนงานในด้านต่าง ๆ ของสาขาวิชาเภสัชเวทและพิษวิทยา 

ผู้ปฎิบัติงานฝ่ายสนับสนุน มีข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 คน และลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานธุรการ 1 คน  ข้าราชการตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ 2 คน ข้าราชการตำแหน่งพนักงานวิทยาศาสตร์ 1 คน ลูกจ้างประจำตำแหน่งคนสวน 1 คน ทำหน้าที่ด้านห้องปฏิบัติการ รวมเป็นชาย 5 คน หญิง 1 คน อายุ เฉลี่ย 42 ปี

สวัสดิการที่สำคัญ

ด้านวิชาการ:

  • ทุนสนับสนุนให้ไปประชุมวิชาการ นำเสนอผลงานวิชาการทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ พร้อมการสนับสนุนทุนจากคณะโดยดำเนินการผ่านทางสาขาวิชาเภสัชเวทและพิษวิทยา
  • ทุนสำหรับการซื้อหนังสือหรือถ่ายเอกสารเพื่อใช้ในการเรียนการสอน
  • ทุนสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยจากฝ่ายวิจัย
  • มีระเบียบอนุญาตให้ลาเพื่อภารกิจส่วนตัว  เพื่อเขียนตำรา  เพื่อฝึกอบรม หรือทำการวิจัย ณ ต่างประเทศ
  • มีสถานที่จัดสรรเป็นห้องพักคณาจารย์พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และพื้นที่สำหรับทำงานวิจัยให้อาจารย์ทุกท่าน  

ด้านสุขภาพ:     

  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี โดยความร่วมมือกับสถานปฏิบัติการด้านสุขภาพ คณะเทคนิคการแพทย์
  • การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสุขภาพ เช่นหน้ากาก หรือเสื้อปฏิบัติการสำหรับใส่ในห้องปฏิบัติการ
  • บุคลากรสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้โดยระบบจ่ายตรง โรงพยาบาลศรีนครินทร์และสถานพยาบาลของรัฐ

ด้านความปลอดภัย:    

  • มีระบบตรวจสอบการเข้าออกที่ตั้งของสาขาวิชาเภสัชเวทและพิษวิทยา
  • มีระบบกล้องวงจรปิดในตัวอาคาร 
  • มีระบบ รหัสผ่านเข้าที่จอดรถและห้องพักคณาจารย์
  • มีระบบเตรียมรับภาวะฉุกเฉิน เช่น ทางหนีไฟ
  • มีระบบ scan ลายนิ้วมือเข้าในตึกที่ทำงานและ scan บัตรสำหรับเข้าจอดรถใต้ตึกและบริเวณหลังตึกใหม่ (ตึก 3)